วันศุกร์, ธันวาคม 09, 2559

ปลูกต้นไม้ตามรอยพ่อ เทิดไท้รัชกาลที่ ๙ กับธนาคารธนชาต






โดย มารพิณ

ตอนแรก เมื่อสัปดาห์ก่อนที่ธนาคารธนชาตชวนไปร่วมงานปลูกป่าที่เชียงใหม่ ผมก็แอบงงอยู่เหมือนกันว่า ทำไมเป็นอำเภอสันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ใกล้กับตัวจังหวัด เชียงใหม่  แทนที่จะเป็นอำเภอไกลออกไปในเขตภูเขาสูง

อาจเป็นเพราะว่า ในเวลานั้น ในใจก็ติดภาพอยู่ว่า ปลูกป่า ก็คงไปปลูกตามภูเขาตามดอยหัวโล้น แบบที่ เขาทำกันทั่วไป หรือที่เป็นข่าวออกมา เป็นประเภทสร้างพื้นที่ป่าบนภูเขาสูงชัน  เสริมหรือสร้างป่าต้นน้ำ อะไรแบบนั้น

แต่นี่ไม่ใช่ครับ  ธนาคารธนชาต พลิกไอเดียปลูกป่ามาให้สัมผัสได้ ผูกพันกับชุมชน  โครงการนี้ชื่อว่า   “ปลูกต้นไม้ตามรอยพ่อ เทิดไท้รัชกาลที่ ๙”   ที่มีความตั้งใจที่จะปลูกต้นมะฮอกกานีริมถนนตามเส้นทางยาวกว่า  25 กิโลเมตร ในเขตพื้นที่ ตำบลแม่ก๊า  เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช

เป็นกิจกรรม CSR ที่ต่างออกไป เพราะว่า เป็นเหมือนป่าในชุมชน เหมือนกับสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน เป็นป่าในใจคนที่จับต้องได้

งานวันนั้นจัดกันที่ลานหน้าวัดหนองครอบ  หลังจากร่วมกัน ถวายความจงรักภักดีแล้ว  ก็ทางตัวแทนของธนาคารธนชาตและอบต.แม่ก๊า และผู้นำชุมชนก็ได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ในเฟซแรกของโครงการ เลียบไปตามแนวถนนริมน้ำ

 ที่เด่นและแตกต่างอย่างหนึ่งก็คือใช้ต้นมะฮอกกานี ต้นใหญ่อายุเกิน 2 ปี ที่จัดหามา ที่พร้อมจะเติบโต เลยมาปลูกในพื้นที่จริงไม่ใช่ต้นเล็ก หรือต้นกล้า ที่ต้องรอวันโตและดูแลรักษายุ่งยาก

ไอเดียอีกอย่างที่น่าสนใจก็คือ การที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมและได้ประโยชน์จริงจากพื้นที่สีเขียว ในบริเวณถนนและบ้านเรือน เขาก็จะเป็นคนที่ดูแล ต้นไม้และโครงการนี้ต่อ  เพราะถ้าโครงการใดที่คนในพื้นที่ไม่ได้มีส่วนร่วมและไม่ได้ประโยชน์ ก็คงเปล่าประโยชน์

ผมว่านี่เป็นทางเลือกใหม่ของคนที่ต้องการจะทำกิจกรรมด้านความผิดชอบต่อสังคมหรือ CSR  ในนามบริษัท  เพราะว่าพื้นที่สีเขียว ความจริงแล้วมีมิติหลากหลาย ไม่ได้จำกัดเฉพาะอยู่ที่ต้นน้ำ หรือบนภูเขาอย่างเดียว   ที่ขาดแคลนอีกอย่างในสังคมไทยก็คือพื้นที่ สีเขียวใกล้ตัวในระหว่างทางในสวนสาธารณะ  ในพื้นที่ชุมชนทั่วไป

บางที  รู้สึกเหมือนว่า เด็กรุ่นหลังที่โต  ขึ้นมากับ สังคมป่าคอนกรีตก็เปลี่ยนกลายเป็นเคยชินกับสภาพไร้ต้นไม้ตามถนนหนทาง ความว่างเปล่าสีคอนกรีตเทาที่ไร้สีเขียวแซม

บริษัทหรือหน่วยงานที่มีขนาดไม่ใหญ่งบจำกัดก็สามารถทำกิจกรรมในลักษณะนี้ได้   ติดตามผล ดูแลรักษาได้สะดวกใกล้พื้นที่ดูแล ซึ่งต่างจากการปลูกป่าต้นน้ำ ต้องใช้งานใช้งบขององค์กรขนาดใหญ่มีการดูแลต่อเนื่องยาวนานทำติดพื้นที่ห่างไกล บริษัทเล็กๆหรือ องค์กรขนาดกลางก็สามารถมาใช้รูปแบบป่าชุมชนข้างทางแบบนี้ได้


ตัวเลือกของต้นไม้ คือ ต้นมะฮอกกานี  พฤติกรรมมันชอบแสงแดด   ขนาดทรงพุ่มใหญ่  สูงให้ร่มเงาดีมาก ใบเขียวสดลำต้นสีเข้ม   ข้อดีอีกอย่างคือ ไม้พันธุ์นี้ไม่มีช่วงใบร่วงโกร๋นหมดต้น  ก็คือไม่มี หน้าผลัดใบ นั่นเอง มีร่วงใบทิ้งใบอะไรบ้างแต่ไม่พร้อมใจสลัดเหลือแต่กิ่งก้าน  ไม่เหมือนต้นไม้ข้างถนนบางพันธุ์ที่ถึงแม้ดอกจะสวยสีสดดี แต่มีช่วงผลัดใบคราวหน้าแล้งที่  ใบไม้จะร่วงหมด ขาดร่มเงาถนนเหงาไปหลายเดือนในช่วงที่ร้อนที่สุดของปี


อนาคตถนนมะฮอกกานี 

ผมไม่ได้คุยกับคนที่จัดกิจกรรม  แต่ว่า พอมานั่งนึกดู  ก็น่าสนใจอย่างตรงที่แถวเชียงใหม่ ลำพูน ว่ากันตามตรงก็ไม่ไกลจากจุดที่ร่วมกันปลูกต้นไม้ถวายในหลวงรัชกาลก่อนในครั้งนี้  เขาก็มีประวัติตำนานกับถนนป่าที่มีต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง อย่างเส้นทางด้านใต้ระหว่างเชียงใหม่-ลำพูน ไปอำเภอสารภี ที่มีต้นไม้สูงใหญ่ อายุร้อยปีเศษ ขึ้นเด่นอยู่ตลอดทาง อายุเป็นร้อยกว่าปี กลายเป็นเสน่ห์และเอกลักษณ์ของพื้นที่ไปในที่สุด

ย้อนไปปีนั้นคือปี  2454 ที่มีการคิดปลูกต้นไม้สองข้างทางถนนเชียงใหม่-ลำพูน ในเขตเชียงใหม่นั้นจะปลูกต้นยาง พอเข้าเขตลำพูนก็ปลูกต้นขี้เหล็กแทน เพื่อเป็นหลักหมายเขตจังหวัด   ถนนเส้นนั้นมีต้นไม้นับพันต้น ที่เป็นหลักหมายจนถึงทุกวันนี้

บน-ถนนสายต้นยาง

ปีนี้ 2559 ที่ตำบลแม่ก๊า ไม่แน่ว่าโครงการอย่างการปลูกต้นมะฮอกกานีครั้งนี้ จะเป็น แถวแนวต้นไม้สูงใหญ่อีกจุด ของชุมชนในเขตจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคต  ลำพังต้นมะฮอกกานีคงไม่สูงเด่นสง่าเหมือนต้นยางทางไปสารภี แต่ก็เป็นไม้ใหญ่ที่มีอายุยืนยาว และให้ร่มเงากับชุมชนผู้คนไปอีกนานหลายรุ่น

กิจกรรมปลูกต้นไม้ก็เหมือนปลูกความทรงจำให้กับชุมชน อนาคตคือประวัติศาสตร์ที่กำลังสร้างขึ้น เหลือผลสำเร็จไว้เป็นความทรงจำของคนรุ่นถัดไป



ภาพด้านบน :  บรรยากาศเปิดงาน   น.ส.สุภาลักษณ์ ตั้งจิตต์ศีล ผู้อำนวยการกลุ่ม สื่อสารองค์กรสายงานสื่อสารและบริหารแบรนด์ ธนาคารธนชาต นายอุดม ชัยเทพ ผู้อำนวยการ สำนักงานเครือข่ายสาขา (เชียงใหม่) และผู้นำอบต. และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อำเภอใสันป่าตอง จ.เชียงใหม่  










 ติดตามคลิปเที่ยว ข้อมูลเดินทางhttp://www.youtube.com/user/feelthai
© สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ

วันจันทร์, พฤศจิกายน 21, 2559

รีวิวไฟลท์บางกอกแอร์ กรุงเทพ-ลำปาง Bangkok to Lampang full flight review





โดย มารพิณ แชนแนล FeelThai


ในคลิปนี้เป็นเรื่องราวของการเดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ  จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปที่สนามบินจังหวัดลำปาง โดยเครื่องบินของสายการบินกรุงเทพหรือ bangkok airways ในชื่อที่เรารู้จักกันดีครับ



ดูวิดีโอรีวิวด้านบนได้เลย หรือ ไปที่ลิงก์  https://youtu.be/JvMN16yVg6k  ถ้าต้องการจะแชร์ หรือดูในแอพพ์อื่น

เป็นรีวิวสำหรับมือใหม่หัดเดินทางครับ คงจะเหมาะที่สำหรับคนที่จะหาข้อมูลเรื่องวิธีการเดินทางด้วยเครื่องบินภายในประเทศ  ในคลิปนี้จะต่างจากสายการบินอื่นตรงที่ของทางบางกอกแอร์เวย์เขามีเลานจ์ หรือห้องรับรองผู้โดยสารที่มีอาหารบริการให้เป็นอาหารแบบง่ายๆ พร้อมเครื่องดื่มร้อนหรือเย็น พวกกาแฟ กับของว่างเล็กน้อย คือแม้แต่เราบินชั้นประหยัดหรือ economy ก็มีให้บริการครับ

ส่วนใครที่บินชั้นธุรกิจจะมีอีกเลานจ์นึงที่บริการต่างจากนี้   ของที่นี่ขึ้นชื่อคือ ข้าวต้มมัด ครับต้องลองทานดู แต่ผมชอบป๊อปคอร์นมากกว่า

เครื่องบินที่ใช้บินเช้านี้ เป็นเครื่องแบบ atr 72  เครื่องใบพัด ครับ ลำจะเล็กกว่าและบรรจุผู้โดยสารได้น้อยกว่าเครื่องบินเจ็ท  แต่ก็สะดวกดีครับสำหรับเที่ยวการบินที่ไม่มีผู้โดยสารเยอะมาก

สัมภาระผู้โดยสารจะอยู่ด้านหน้าเครื่อง


 ติดตามคลิปเที่ยว ข้อมูลเดินทาง http://www.youtube.com/user/feelthai
 © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ

วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 20, 2559

รีวิวเรือฟรีคลองผดุงกรุงเกษม อันซีนกทม Bangkok canal boat trip





โดย มารพิณ แชนแนลFeelThai

สวัสดีครับวันนี้พามาชมการเดินทางเส้นทางใหม่ครับที่หลายคนอาจจะไม่ทราบมาก่อนซึ่งเปิดบริการเมื่อต้นเดือนกันยายน 59 มีโครงการกทมเขาทำโครงการนำร่องที่จะเดินเรือในคลองผดุงกรุงเกษมเส้นทางก็จากเทเวศน์ไปหัวลำโพงครับ


บน-คลิปนั่งเรือคลองผดุงกรุงเกษมรีวิวแบบจัดเต็มความยาว 20 นาทีจัดเต็มไม่มีตัดต่อครับเปิดกล้องแช่กันเลย

ลิงก์คลิปเรือข้างบน
https://youtu.be/st_6HOeuFs4


ก็โดยเอาเรือของสำนักงานระบายน้ำมาดัดแปลงใส่ที่นั่งและก็หลังคาช่วงนี้บริการฟรีครับเป็นการทดลองเดินเรือเส้นทางยาวทั้งหมดประมาณ 5 กิโลเมตรถ้าตามเวลาที่ในคลิปที่ผมอัดมาเต็มๆนี้ก็ประมาณ 20 นาทีเศษๆ

ผมก็ลองไปรีวิวมาครับเรือขึ้นจากเทเวศร์ไปหัวลำโพง ถึงแม้เรือไม่มีหลังคาแต่ก็ลมพัดเย็นสบายดี ถ้าใครสนใจลองนั่งก็ได้ครับสอบถามกับทางกทมเรื่องรายละเอียดการเดินทางเพราะว่าข้อมูลช่วงนี้เขาอยู่ในระหว่างการทดลองอาจมีการเปลี่ยนแปลง

แต่ที่เขาแถลงการณ์ออกมาโดยคุณสุธน ธนากุล รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่งกรุงเทพมหานครบอกไว้เมื่อต้นกันยาฯว่า เรือในวันปกติจะมีบริการเป็น 2 ช่วงคือช่วง 6 โมงเช้าถึง 9 โมงเช้าและช่วง 4 โมงเย็นมือสองทุ่มระยะเวลาห่างลำละ 20 นาที

ส่วนเสาร์อาทิตย์จะมีบริการตั้งแต่ 8 โมงเช้าจนถึง 2 ทุ่ม  ห่างกันลำละครึ่งชั่วโมงเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเส้นทางคลองผดุงกรุงเกษม

สำหรับใครที่อยากทราบว่าเรือลำนี้จะจอดที่ไหนบ้างครับจะมี 9 ท่าเรือก็คือ  ท่าเรือเทเวศร์  ท่าเรือประชาธิปไตย ท่าเรือราชดำเนินนอก ท่าเรือนครสวรรค์ ท่าเรือแยกหลานหลวง ท่าเรือกระทรวงพลังงานท่าเรือยศเส ท่าเรือนพวงศ์และท่าเรือหัวลำโพงครับจากตรงหัวลำโพงก็เดินอีกประมาณ 150 เมตรก็จะถึงสถานีรถไฟและจุดเชื่อมต่อกับรถไฟใต้ดิน

ติดตามคลิปเที่ยว ข้อมูลเดินทาง
 http://www.youtube.com/user/feelthai
 © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ

วันจันทร์, พฤศจิกายน 14, 2559

รีวิวรถไฟใหม่ สายกรุงเทพ-อุบล อีสานวัตนา new Thai train railroad to Ubon





โดย มารพิณ  ยูทูป FeelThai


วันนี้พามาดูรถไฟไทยรุ่นใหม่ครับ เพิ่ง จะเปิดเที่ยวปฐมฤกษ์สดๆร้อนเมื่อวันศุกร์ที่ 11 พฤศจิกาที่ผ่านมา พร้อมกันสอ'เส้นทาง ก็คือไปเชียงใหม่ และไปอุบล
ก่อนหน้านี้เคยลงคลิป และก็เรื่องที่ไปถ่ายรีวิว รถไฟ ที่ศรีราชา หลังจากเขาเอาขบวนรถรุ่นใหม่ลงมาจา เรือสินค้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง




บน ขคลิปรีวิวรถไฟรุ่นใหม่ยาวชั่วโมงครึ่ง ดูคลิปให้สะใจไปเลยครับ  ยูอาร์แอลของคลิปอยู่ที่  https://youtu.be/Ow1jL41o7jw  เผื่อใครจะแชร์

คราวนี้ก็สมใจอยากครับได้เดินทางจริงๆ ตอนแรกผมไม่คิดว่าจะได้เดินทางเที่ยวปฐมฤกษ์เพราะว่าไม่ได้จองตั๋วเอาไว้ล่วงหน้าแล้วก็คิดว่าเส้นทางทั้งสอง คงจะเต็มหมด ปรากฏว่า ผิดคาดครับ เพราะแค่ 2วันก่อนเดินทางพบลองแวะถามที่สถานีรถไฟอยู่ปรากฏว่า มีตั๋วไหม  มีว่างอยู่เตียงบน ก็เลยซื้อมา 1 ที่นั่ง จากกรุงเทพไปอุบล 731 บาท ตู้นอนชั้น 2 ปรับอากาศเตียงบน ครับผม

คราวนี้ เลยได้โอกาสรีวิวมาให้ชมกันเต็มๆ มาดูกันเลยครับว่ารถไฟไทยขบวนใหม่เอี่ยมล่าสุด ในรอบหลายสิบปี เป็นยังไงบ้าง มีทีเด็ดอะไรน่าสนใจตรงไหน ดูได้ที่คลิปด้านบน  ใครอยากทราบเรื่องกำหนดเวลารถออก เบอร์โทรการรถไฟ และค่าตั๋วโดยสารรถไฟรุ่นใหม่ดูได้ที่ลิงก์นี้ครับ   http://feelthai.blogspot.com/2016/10/thai-newest-train-ticket-price-and.html

อย่างแรกก็คงต้องบอกว่า รูปลักษณ์อลังการมาก ภายในและภายนอกสวยงาม ตกแต่งอย่างดี ถึงขนาดผมเห็นแล้วตั้งหลายเที่ยว แต่ก็ยังตะลึงที่ได้เห็นและขึ้นมานั่งโดยสารจริงๆ ภาพที่ถ่ายมาคงพิสูจน์ได้ เบาะที่นั่งสีแดงกับ ตัวรถสีขาวครีมเข้ากันดีครับ

แต่ที่ชอบที่สุดก็คงต้องบอกว่า ตัวรถทำมาแน่นหนา และก็ ประกอบอย่างดีจนเสียง รบกวนจากภายนอกเข้ามาน้อยมากผิดกับรถรุ่นเก่า ที่สร้างด้วยเทคโนโลยีคนละ generation กัน อันนั้นก็คงเทียบกันไม่ได้

แต่ที่สำคัญเขา ใช้ระบบสมัยใหม่ที่มีรถปั่นไฟแยกต่างหาก ไปอยู่ตู้พิเศษที่อยู่หลัง หัวรถจักร ที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นโรงไฟฟ้าขนาดย่อมๆ  จ่ายไฟให้กับขบวนรถทั้งคันโดยการพ่วงสายต่อกัน ม่มีการปั่นไฟ หรือเครื่องยนต์อยู่ที่ตู้โดยสาร

เวลาที่มีไฟฟ้าเหลือเฟืออย่างนี้ ในยุคที่คนใช้มือถือและอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์มากมาย ตู้รถไฟ ใหม่นี้ก็เลยมีนวัตกรรมที่ยุคก่อนไม่มีก็คือ ปลั๊กไฟฟ้า บริการทุกที่นั่ง ไม่ต้องไปง้อใครอะไรที่ไหน เรียกว่าหมดปัญหา แบตมือถือหมด ไปเลยใครจะใช้ notebook  ก็เอามาเสียบได้ตามสบายจ่ายเป็นไฟบ้าน ตามปกติ


ที่ นั่งก็มี โต๊ะเล็กๆพับได้แบบรถไฟสมัยใหม่พร้อมหลุมใส่แก้ว 2 ช่องเอาไว้บริการผู้โดยสาร  ผมชอบโต๊ะแบบนี้ครับเพราะว่ากางเองได้เลยไม่ต้องรอพนักงานมายกเสียบติดตั้งแบบโต๊ะแบบเดิม ที่ถึงแม้ใหญ่กว่าแต่บางทีเราตั้งแล้วมันก็เกะกะ  หรือบอกตามตรงถ้าเราไม่สั่งอาหาร บางทีพนักงานตู้เสบียงเขาก็ไม่ค่อยเต็มใจจะตั้งโต๊ะให้เราซักเท่าไหร่  แต่แบบนี้เราจัดการเองได้หมด

ผู้ว่าการรถไฟมามอบของที่ระลึกให้ผู้โดยสารเที่ยวปฐมฤกษ์  ภาพนี้ขบวนเชียงใหม่ที่ออกก่อนหน้าไปประมานชั่วโมงกว่า 
บางคนอาจจะถามว่าโต๊ะเล็กแค่นี้จะพอตั้งหรืออาหารมีหลายอย่างก็ต้องเล่าให้ฟังต่อว่า รถ ไฟรุ่นใหม่นี้เขาใช้ ระบบ ตู้เสบียงเหมือนรถความเร็วสูง และรถไฟในหลายประเทศทั่วไปคือเป็นอาหารสำเร็จรูปพร้อมอุ่นพร้อมทานแบบไมโครเวฟส่วนใหญ่ ไม่ใช่เป็นอาหารชุด มีครัวมาทำแบบรถไฟเดิม

 ซึ่งผมคิดว่าที่มันเป็นอาหารชุดใหญ่มาก็เพราะว่า บริษัทมารับเหมาสัมปทานจากการรถไฟ ในส่วนของตู้เสบียงเขาก็ใครจะพยายามขายอาหารให้ได้มูลละค่ามากที่สุด ก็เลยทำเป็นอาหารชุด ซึ่งจะแพงกว่า

แต่มาคราวนี้การรถไฟรุ่นใหม่ เขาคิดใหม่ เพราะรถรุ่นใหม่ราคาอาหารถูกและประหยัดมาก เข้าวกล่องไมโครเวฟอย่างข้าวผัดกระเพรา ข้าวกล่องสำเร็จรูปพวกนี้ราคา 59 บาทเท่านั้น ซึ่งก็ประหยัดดีแล้วก็ เวลาเดินทาง คนเราก็ไม่อยากทานอะไรมากแค่พอรองท้องให้หายหิว เพราะใจจริง แต่ละคนก็ไม่อยากเข้าห้องน้ำ ให้มันมากเรื่อง 


ที่สำคัญ ประทับใจตรงเครื่องดื่ม เหมือนยกเอาร้านกาแฟใต้ออฟฟิศหรือตลาดนัด ไม่อยู่ในตู้เสบียงราคาเครื่องดื่ม กาแฟเย็นนมเย็นมะนาวโซดามีตั้ง 40 ถึง 60 บาท ราคารับได้รสชาติอร่อยดีครับ แก้วใหญ่น้ำแข็งเยอะ รสชาติดีถูกใจคนไทย

นอกจากนี้ ตู้เสบียงใหญ่ ดูกว้างนั่งสบายมากครับ มีโซนส่วนหนึ่งเอาไว้ให้ยืนทานด้วยสำหรับใครที่รอที่นั่งไม่ไหว

โถฉี่สำหรับผู้ชาย
ห้องน้ำน่าสนใจตรงที่ มีระบบชักโครกสูญญากาศแบบในเครื่องบิน และที่สำคัญสำหรับสาวๆหลายคนจะได้สบายใจก็คือมีทั้งห้องเล็ก พร้อมโถยืนฉี่สำหรับผู้ชายแยกต่างหากไปอีกห้อง ซึ่งผมว่า หนุ่มหนุ่มนักเดินทางก็พอใจแบบนี้ เพราะสะดวกกว่าเวลาเข้าห้องน้ำ ไม่ต้องไปรอคิวใครให้เสียเวลาด้วย
เคานเตอร์ตู้สเบียง 

หัวรถจักรยังไม่ได้ใช้ของจีน ใช้ฮิตาชิทาสีใหม่ให้เข้ากับขบวนใช้ไปพลางก่อน
ภาพบนรรยากาศตอนเช้าแถวศรีสะเกษ 
ปุ่มเปิดประตูไฮเทค 

รถจอดส่งผู้โดยสารที่กันทรารมย์ 

รถเข็นขายกาแฟ ขนมจีบ ซาลาเปาตอนเช้า 

ผ้าม่านสีเหลือง สวยดี แต่ผมว่ากั้นแสงได้น้อยไปหน่อย 

น้องพนักงานดูแลผู้โดยสารและปูเตียง 

ผู้โดยสารประทับใจถ่ายรูปคู่กับพนักงานรถไฟ 

น้องคนปูที่นอน 

ปุ่มกดชักโครกสูญญากาศสีเขียว 


ม่านเตียงบน บรรยากาศแบบโรงแรมแคบซูล 

โต๊ะนั่ง มีหลุมวางแก้ว 



รถเข็นขายของขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม 


ขวดน้ำที่ระลึกมอบให้ผู้โดยสารเที่ยวปฐมฤกษ์




ปลั๊กทุกที่นั่ง 






 ติดตามคลิปเที่ยว ข้อมูลเดินทาง http://www.youtube.com/user/feelthai 
 © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ

วันศุกร์, ตุลาคม 28, 2559

ราคาค่าโดยสารรถไฟไทยใหม่ เปิดจองแล้วไปเชียงใหม่ อุบล หาดใหญ่ และหนองคาย

ที่นั่งรถไฟชั้นสองปรับอากาศ



โดยมารพิณ  แชนแนลยูทูป FeelThai 
รถไฟเป็นการเดินทางที่มีเสน่ห์อย่างหนึ่งครับมันมีบรรยากาศเหมือนกับเรานั่งอยู่ในบ้านที่กำลังเคลื่อนที่ไปไหนสักแห่ง  มองไปไหนก็เห็นธรรมชาติทุ่งนาป่าเขา สบายตา ขยับเดินยืดเส้นยืดสายได้ ไม่อึดอัด หลายสถานีก็คลาสสิกมาก 

อารมณ์แบบนี้มันต่างจากการนั่งรถทัวร์หรือรถยนต์ ที่มองไปทางไหนก็เห็นแต่ความเจริญ บ้านเรือน รถที่วิ่งสวนมา ร้านอาหารปั๊มน้ำมันหรืออู่ซ่อมรถ ไม่ต่างจากเดินไปปากซอย

หลายคนที่บ่นว่ารถไฟไทยเก่าไม่ทันสมัยตอนนี้เขาปรับใหม่แล้วครับถ้าใครสนใจต้องรีบจองเพราะว่าคนสนใจกันมาก เพราะเพิ่งเปิดมาไม่กี่วันตอนนี้คนจองเที่ยวแรกๆเต็มหมดเรียบร้อยแล้ว

คลิปหน้าตาตู้รถไฟชั้นสองปรับอากาศ

คราวนี้ ไม่ต้องรอกันอีกแล้วครับ สำหรับรถไฟรุ่นใหม่ของไทย ที่สั่งต่อโดยตรงจากเมืองฉางชุนประเทศจีน หลังจากเปิดตัวไปเมื่อสองเดือนก่อน ตอนนี้เขาได้ซ้อมวิ่ง ตระเตรียมพนักงาน และจะมาให้บริการ กันในต้นเดือนพฤศจิกายน และธันวา  นี้แล้ว ขึ้นอยู่กับเส้นทาง มาชมรายละเอียดกันครับพร้อมภาพตัวรถไฟที่ผมถ่ายมาจากขบวนรถตั้งแต่เข้ามาใหม่ๆ ที่ศรีราชา

ที่นอนรถไฟชั้นหนึ่ง 

อย่างแรก ก็คือตอนนี้ (เริ่ม ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2559 เวลา 08.30 . ) สามารถจองตั๋วของทุกขบวน ที่เป็นรถรุ่นใหม่  ได้แล้ว สามารถจองได้ที่สถานีรถไฟทุกแห่ง หรือสอบถามเบอร์โทร CALL CENTER 1690 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง   ส่วนใครที่ได้จองตั๋วโดยสารไว้ล่วงหน้าแล้ว และมีกำหนดเดินทางหลังจากขบวนรถใหม่เริ่มให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน และวันที่ 2 ธันวาคม 2559 นั้น ถือว่าโชคดีไป เพราะตอนนี้ทางการรถไฟฯ แจ้งมาว่าจะใช้บริการรถโดยสารรุ่นใหม่ได้ทันที โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพิ่มเติม 

คลิปรีวิวที่นั่งและนอนรถไฟชั้นหนึ่ง  

สำหรับชื่อขบวน ทั้ง 4 สาย 4 เส้นที่จะวิ่งนี้  ทุกขบวนทุกเส้นทางได้รับการพระราชทานชื่อจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี ได้แก่   “อุตราวิถี”  กรุงเทพ-เชียงใหม่-กรุงเทพ ,“อีสานวัตนา”  เส้นทางกรุงเทพ-อุบลราชธานี-กรุงเทพ , “อีสานมรรคา”  เส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย-กรุงเทพ , “ทักษิณารัถย์เส้นทางกรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ

ที่หลายคนอาจจะไม่รู้มาก่อนก็คือความแตกต่างสำคัญของขบวนที่สั่งมาใหม่นี้ตัว ห้องโดยสาร หรือที่เรียกกันติดปากว่าโบกี้ ในภาษาชาวบ้าน จะเงียบขึ้นเยอะเพราะว่าตัวเครื่องปั่นไฟจะย้ายไปอยู่ในรถปั่นไฟ หรือลดกำลังไฟฟ้า  ที่อยู่ติดกับหัวรถจักรแล้วจ่ายพลังงานให้กับทั้งขบวน และช่วงล่างมีระบบกันสะเทือนแบบใหม่ล่าสุด  นอกจากนี้จะมีที่ชาร์จไฟทุกที่นั่งสำหรับรถนอน 

รถโดยสารรุ่นใหม่ใน 4 เส้นทาง จะนำมาให้บริการแทนรถโดยสารปัจจุบัน ตามตารางเวลาเดินรถเดิม 3 เส้นทาง คือ เชียงใหม่ หนองคาย และหาดใหญ่  ยกเว้นเส้นทาง อุบลราชธานี ที่จะมีทั้งขบวนรถใหม่และเก่าคู่กัน โดยจะเอารถใหม่เดินรถแทนรถเดิม  แล้วขยับเวลารถเดิมไปให้บริการเวลาอื่น ที่ขณะนี้การรถไฟยังไม่ได้กำหนดออกมาอย่างเป็นทางการ 

มาดูรายละเอียดกันดีกว่าครับ 

  • สายเหนือ เชียงใหม่ สายอีสาน อุบลเริ่มก่อน พฤศจิกานี้ 

รถไฟ2 ขบวนแรกที่จะวิ่งก่อนก็คือ  ในเส้นทางกรุงเทพไปเชียงใหม่ และกรุงเทพไปอุบลราชธานี จะเริ่มวิ่งในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2516  นี้

รถไฟรุ่นใหม่ขบวนอุตราวิถี จะออกจากกรุงเทพ เวลา ประมาณ 6 โมงเย็นและถึงเชียงใหม่ประมาณ 7 โมงเช้า ส่วนออกจากเชียงใหม่ จะออกเวลาประมาณ 6 โมงเย็นและถึง ประมาณ 6 โมง  50 นาที
ค่าโดยสารสายเชียงใหม่ รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 เตียงบน 791 บาท เตียงล่าง 881 บาท 
รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 เตียงบน 1,253 บาท เตียงล่าง 1,453 บาท 


ในเดือนพฤศจิกายนเช่นกัน รถขบวนอีสานวัตนา จากกรุงเทพไปอุบลราชธานีจะออกเวลาประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง ไปถึงอุบล  6 โมงครึ่งตอนเช้า ส่วน ขากลับจากอุบล- จะออกตอน 1ทุ่ม และถึงกรุงเทพเวลาตี 5 16 นาที
ค่าโดยสารสายอุบล รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 เตียงบน 731 บาท เตียงล่าง 821 บาท 
รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 เตียงบน 1,120 บาท เตียงล่าง 1,320 บาท 

  • สายหนองคาย หาดใหญ่เริ่มต้นธันวา 
สำหรับ อีก 2 ขบวน 2 เส้นทางที่จะเปิด ในเดือนธันวาคม ก็คือเส้นทางอีสานมรรคา วิ่งจากกรุงเทพไปหนองคาย จะออกเวลา 2 ทุ่ม และไปถึง 6 โมง 45 ตอนเช้า  ส่วนขากลับจากหนองคายจะออกเวลา 1 ทุ่ม 10 นาทีและมาถึงกรุงเทพ 6 โมงเช้า 

ค่าโดยสารสายหนองคาย รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 เตียงบน 748 บาท เตียงล่าง 838 บาท 
รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 เตียงบน 1,157 บาท เตียงล่าง 1,357 บาท

สำหรับสายใต้ทักษิณารัถย์  จากกรุงเทพไปหาดใหญ่จะออกเวลา บ่ายสอง 45 นาที ไปถึง  6 โมง  35 นาทีตอนเช้า รถนี้จะไปสิ้นสุดที่หาดใหญ่ไม่ไปถึงปาดังเบซาร์    ส่วนขากลับหาดใหญ่กรุงเทพจะออกเวลา6โมง45  ตอนเย็น และถึงกรุงเทพเวลา  10.30 ตอนเช้า 

ค่าโดยสารสายหาดใหญ่ รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 เตียงบน 855 บาท เตียงล่าง 945 บาท 
รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 1 เตียงบน 1,394 บาท เตียงล่าง 1,594 บาท

สำหรับรายละเอียดกำหนดเวลาเดินรถ  และอัตราค่าบริการ ของรถ ไฟ ขบวนใหม่ ดูได้จากตารางการเดินทางที่เผยแพร่โดยทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทยประกอบในภาพ ครับ



คลิปห้องน้ำรถไฟใหม่


ชุดเครื่องแบบใหม่ รถไฟไทยสำหรับขบวนพิเศษนี้

 ติดตามคลิปเที่ยว ข้อมูลเดินทางhttp://www.youtube.com/user/feelthai
 © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ

วันอาทิตย์, ตุลาคม 02, 2559

ตักบาตรตอนเช้าที่วัดตระพังทอง สุโขทัย

บรรยากาศตักบาตรยามเช้าที่วัดตระพังทอง ตรงเมืองเก่าสุโขทัยครับ เขาจะมีการตักบาตรทุกวันยกเว้นวันพระใหญ่ โดยทางพระจากวัดต่างๆจะเดินผ่านเส้นทางข้ามสะพานวัดตระพังทอง. มารับบิณฑบาตจากญาติโยมบริเวณสะพาน

สวยงามครับ ด้านหนึ่งก็คงจะเอาใจทางนักท่องเที่ยวด้วย และก็สะดวกกับทางพระเพราะว่าจะวนผ่านไปทางหน้าตลาด ที่เป็นเส้นทางบินทะบาทสำคัญของแถวนี้อยู่แล้ว