วันอังคาร, สิงหาคม 11, 2558

ทำไมวันแม่ไม่ควรพาแม่เที่ยว

วันนี้ขอเขียนเรื่องท่องเที่ยวที่สวนกระแส  สักหน่อย  พูดสั้นๆก็คือ  วันแม่ไม่ควรพาแม่เที่ยวครับ อันนี้พูดตรงๆ ว่ามันลำบากคนแก่

อยากให้ลองคิดกันดูอีกทีว่า ธรรมเนียมการพาแม่เที่ยววันแม่หรือพาไปกินข้าว นอกบ้านวันแม่ มันเกิดขึ้นสมัยไหน สมัยผมตอนเด็กๆก็ไม่มีอะไรแบบนี้
ก็พึ่ง ถูกสร้างขึ้นมา ในสมัยที่มีห้างสรรพสินค้า นี่แหละครับ  เมื่อก่อนอย่างมากก็ตักบาตรตอนเช้าจบ  เท่านั้น ธรรมเนียมไทย เรียบง่ายอยู่แล้ว

ที่พูดมาแบบนี้เพราะไม่อยากให้ พวกเราตกเป็นเครื่องมือทางการตลาด ของพวกร้านค้าหรือห้างสรรพสินค้า ที่เขาจะฉกฉวยใช้เทศกาลทุกอย่างเพื่อโปรโมทสินค้า สร้างเงื่อนไขมาโปรโมทตัวร้านค้าทาง สร้างเหตุผล  สร้างความจำเป็นเทียม  ให้คนมาห้าง ไม่ว่าจะเป็นวันวาเลนไทน์ วันปิดเทอม วันเด็ก  และอื่นอื่นอีกมากมาย

แต่เรื่องโปรโมตก็ช่างเขาเถอะ เพราะยังไงพวกเราก็อยู่ในสังคมการตลาดอยู่แล้ว ยังไงก็หนีไม่พ้น อันนี้ก็ต้องทำใจ

แต่สาเหตุสำคัญที่ผมไม่อยาก และจะพยายามชวนพวกเราที่ได้อ่านข้อเขียนนี้ ว่าไม่ควรพาแม่ ไปเที่ยวหรือไปทำอะไรในวันแม่ก็เพราะมันต้องแย่งชิงกับผู้คนมากมาย สร้างความลำบากมากกว่าความสุข
ลองคิดดูลองนึกภาพดูว่า  ร้านอาหาร หลายร้าน ภัตตาคารต่างๆปกติก็ต้องเข้าคิวอยู่แล้ว ยิ่งในวันแม่ ผมเห็น ภาพครอบครัวที่มีพ่อแม่ลูก คอยเข้าคิวกันยาว  รออยู่หน้าร้านซึ่งเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่จะได้  เข้าไปทาน กับเขาเสียที

เรื่องของเรื่องก็คือลำบากคนแก่ครับ ปกติเค้าก็ตื่นเช้าอยู่แล้ว ผมเห็นบางบ้านเข้าคิวกันตอน 2 ทุ่ม พ่อแม่บางคนรอคิวไปก็ทำท่าง่วง ดูแล้วทรมาน มากกว่าจะเป็นเรื่องบันเทิง

ถ้าจะเลี้ยง แม่พาแม่ไปเที่ยว หรือพาแม่ไปกินข้าว หรือพาแม่ไปเที่ยวไหนขอแนะว่า ให้ไปวันอื่นดีกว่าครับ. บอกตามตรงจะเลี้ยงแม่หรือพาแม่เที่ยวเลี้ยงวันไหนก็ได้

อย่าไปวันแม่หรือในช่วงที่คาบเกี่ยวกับวันแม่ เลยครับ เพราะจะวุ่นวายมาก ลำบากกับทุกคน ออกจากบ้านไปรถก็ติด เข้าห้างก็ต้องหาที่จอดรถกันเหนื่อย พอไปถึงหน้าร้านก็ต้องเข้าคิวกันอีก
คือบางคนเค้าอาจจะไม่สะดวกวันอื่นจริงๆต้องวันนี้ช่วงนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นเขาก็จำเป็นต้องไปในวันแม่หรือพาแม่เลี้ยง ข้าวในช่วงนี้ ถ้าเรามีทางเลือก ก็หลบไปวันอื่นช่วงอื่นดีกว่า ให้โอกาสกับครอบครัวที่ เขามีเงื่อนไขเวลาจำกัด

ไปวันอื่น ไปเดือนอื่น เป็นคำตอบสุดท้ายครับ ไม่ต้องเข้าคิว ไม่ต้องเสียเวลา ทุกคนก็มีความสุข ผมเห็นมีเพื่อนผมหลายคนเขาก็พาพ่อแม่ ไปเที่ยว ในวันอื่นเป็นตามปกติอยู่แล้ว ชิลชิลดีกว่า
พวกเราที่เป็นวัยทำงาน พอมีตังก็อยากตอบแทน พระคุณ ขอให้คิดดูอีกที ไปวันอื่นดีกว่าครับ เอาตามสะดวก เอาตามเหมาะ จะไม่ลำบากพ่อแม่เรา

วันเสาร์, สิงหาคม 08, 2558

รีวิวรถนครชัยแอร์ เชียงใหม่-กรุงเทพ เฟริสต์คลาส

โดย มารพิณ





วันนี้มารีวิวรถนครชัยแอร์ครับ  เป็นเส้นทางยอดนิยมอีกสายหนึ่งก็คือเส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่และเชียงใหม่-กรุงเทพ โดยในคลิปนี้ผมจะนั่งรถ first class  ซึ่งปกติก็จะจองได้ยากพอสมควรจาก สถานีเชียงใหม่มาที่เมืองกทม.  เป็นรถชั้นสูงสุดของค่าย Nakhonchai air

หวังว่ารีวิวยาวแบบนี้คงจะเป็นประโยชน์สำหรับใครที่จะเดินทางไปเที่ยวหรือไปทำงานไปธุระต่างๆ ในต่างจังหวัดครับ ก็จัดเต็มสำหรับมือใหม่หัดนั่งรถทัวร์ด้วยเพราะผมก็เคยมีเพื่อนเป็นคนกรุงเทพที่ เรียกว่านั่งรถทัวร์ไม่เป็นเหมือนกัน จะได้ดูไว้เป็นข้อมูลการเดินทางครับผม



ห้องรอผู้โดยสารที่ศูนย์นครชัยแอร์เชียงใหม่

ก็จะรีวิวการเดินทางกันแบบละเอียดพอสมควรความยาวก็ประมาณทั้งคลิปก็เกือบครึ่งชั่วโมง เรียกว่าถ้าดูกันจบก็ต้องขอคาราวะว่าอึดพอควร  ถ้าใครสนใจก็เปิดดูกันได้ครับ เป็นการเดินทางเที่ยวรถเวลากลางคืนโดยออกจากเชียงใหม่ประมาณ 4 ทุ่มเศษและไปถึงกรุงเทพมหานครในตอนเช้าครับ


ที่นั่งรถทัวร์นครชัยแอร์ชั้นหนึ่ง หรือเฟิร์สคลาส
 รถทัวร์จะไม่มีการหยุดพักกลางทาง หรือแวะกินข้าวต้มแต่อย่างใดทั้งสิ้น โดยเป็นสไตล์ของรถนครชัยแอร์ที่จะไม่หยุดแวะกลางทางซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย

ข้อดีก็คือว่าใครที่อยากนอนหลับยาวก็สามารถนอนได้ และไม่คิดจะมาเข้าห้องน้ำกลางคืน  แต่ใครที่ กระเพาะปัสสาวะอ่อนแออยากแวะเข้าห้องน้ำซื้อของฝาก ก็อาจจะรู้สึกอึดอัดหน่อย ถึงแม้บนรถจะมีห้องน้ำแต่ก็คงไม่สะดวกเท่าที่ควร  เพราะฉะนั้นถ้าเกิดใครมารถนครชัยแอร์ ก่อนเดินทางก็ควรจะดื่มน้ำให้น้อยหน่อย จะได้ไม่มีปัญหาเข้าห้องน้ำระหว่างทาง



รถนครชัยแอร์ในเส้นทางเชียงใหม่กรุงเทพนี้มีลักษณะเด่นที่ต่างจาก รถนครชัยแอร์ที่ วิ่ง first class ไปสายกรุงเทพ-อุดรหรือ  สายกรุงเทพ-อุบล ในสายอีสาน ก็คือ จะไม่มีห้องน้ำอยู่ตรงกลางรถ แต่จะเป็นรุ่นที่มีห้องน้ำอยู่ด้านหลังสุด

ราคาตั๋ว ราคาค่าโดยสารก็แพงกว่ารถปรับอากาศธรรมดาพอสมควรแต่ก็จัดว่าคุ้มครับเพราะบริการ เรียกว่าดีทีเดียว มีจอตรงที่นั่งส่วนตัวสามารถเล่นเกม  ดูหนังได้และที่ผมชอบมากก็คือมีจอที่สามารถมองเห็นกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้ารถเห็นรถกำลังวิ่งไปตามถนนได้ ได้บรรยากาศดีครับสามารถดูได้ด้วยว่าเราเดินทางไปถึงไหนแล้ว


บน-คลิปแสดงวิธีดูภาพหน้ารถทัวร์จากหน้าจอตรงที่นั่งชั้นหนึ่งของนครชัยแอร์

หลังคาค่อนข้างสูงมีที่เก็บของ

หนึ่งในบรรดาเครื่องดื่มที่มาเสริฟ

 ติดตามคลิปเที่ยว ข้อมูลเดินทางhttp://www.youtube.com/user/feelthai
 © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ

วันศุกร์, สิงหาคม 07, 2558

คิดถึงสถานีรถไฟขุนตาน-อุโมงค์ขุนตาน




มารพิณ แชแนลฟีลไทย ยูทูป


วันนี้พามาเที่ยวรถไฟขุนตานครับ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่อยู่ตรงปากถ้ำหรือปากอุโมงค์ขุนตานขุดขึ้นเพื่อเชื่อมเส้นทาง สำคัญทางรถไฟสายเหนือสมัยโบราณ ในการต่อเส้นทางม้าเหล็กขึ้นมาจากนครลำปางให้ขึ้นไปถึงจังหวัดเชียงใหม่

หลังจากโครงการล่าช้ามา เหตุเพราะเส้นทางที่จะต้องตัดเส้นทางรถไฟผ่านเป็นภูเขาสูงชัน บางช่วงต้องขุดอุโมงค์อย่างเช่น อุโมงค์ขุนตานที่เป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ตอนเด็กๆ จำได้เวลาที่รถไฟจะเข้าอุโมงค์ต้องเปิดไฟก่อน ตื่นเต้นมากๆ  



บน-เดินดูประวัติอุโมงค์ขุนตาน

อย่างแรกต้องบอกก่อน ว่า ชื่อสถานที่แห่งนี้ ขุนตาน ต้องเขียนสะกดตัว น หนู นะครับ ไม่ใช่ ขุนตาล ที่เป็นตัว ล ลิง   คำว่าขุน นี่ โดยมากเขามักถึงเขาที่เป็นแหล่งต้นน้ำครับ อย่างพวกหน่วยจัดการต้นน้ำเมืองไทย มักจะอยู่ตามขุนต่างๆ ในภาคเหนือ

ตามมาชมภาพและคลิปต่างๆ ของรถไฟไทยที่ขุนตานได้เลยคับ

ตัวสถานีขุนตานเก่า ที่สร้างในสมัยแรก


บน-ตัวสถานีขุนตานเก่าที่อนุรักษ์ไว้เป็นมรดกวัฒนธรรม 


อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลพอควรเลยครับ  หน้าหนาวพอมาถึงจุดนี้จะรู้สึกเย็นมาก 

คราวนี้เดินทางมาเก็บบันทึกประวัติศาสตร์ความทรงจำเอาไว้ครับ  ที่นี่มีเรื่องราวมากมายเช่น วิศวกรฝรั่งที่ออกแบบคุมงานก่อสร้าง ที่มีอนุสรณ์สถานรำลึกอยู่ และทางขึ้นดอยขุนตาล ในส่วนของอุทยานแห่งชาติ  รวมทั้งน้องหมามากมายที่มารออาหาร จากรถไฟที่วิ่งผ่าน


บน-สถานีรถไฟขุนตาน ถ่ายจากรถไฟ


บน-คลิปสถานีรถไฟขุนตานถ่ายจากด้านล่าง


บน- คลิปบรรยากาศรถไฟเข้าอุโมงค์ขุนตาน  สถานีขุนตาน

เส้นทางขึ้นจะมีความยากลำบากนิดนึงครับเป็นทางแคบ แต่เทปูนคอนกรีตให้สามารถขึ้นลงได้ ทุกสภาพอากาศและฤดูกาล แต่ก็ควรระวังรถสวนกันครับ  อย่าใช้ความความเร็วครับ

 สำหรับการเดินทางมาที่จุดนี้จะมีทางแยก จากเส้นทางหลวงหลัก ที่เชื่อมลำปางเชียงใหม่อกมาอีกที  ถ้าใครสนใจก็เผื่อเวลานิดนึงครับ   ก็คงเฉพาะคนรักรถไฟจริงๆที่จะมาถึงที่นี่  ใครสนใจจะไปดูตามพิกัดลายแทงแผนที่กูเกิ้ลด้านล่างเลยครับ

บน-ขับรถมาต้องระวังนิดนึง เพราะทางแคบชัน


การเดินทางคราวนี้ก็เป็นครั้งแรกของผมเพราะว่า เมื่อก่อนเคยแต่นั่งผ่านรถไฟ ตอนรถไฟเข้าอุโมงค์ แต่ไม่เคยมาที่นี่ด้วยตัวเอง  ไม่ได้ลงจากรถไฟ ครั้งนี้ก็เป็นหนแรกที่กลับมาเยือนอีกครั้ง ด้วยการขับรถมาถึงสถานีรถไฟขุนตาลแห่งนี้ครับ


บน-รถตรวจราง ที่สถานีขุนตาน


บ่อน้ำลำปาง
เส้นทางสู่อุโมงค์ขุนจาน
ศาลสถิตบูชา 

อุโมงค์ขุนตาน
ทางขึ้นอุทยานแห่งชาติขุนตาน
น้องหมาสถานีขุนตาน

ขนาบข้างด้วยสถานีแม่ตานน้อย และทาชมภู


เข้ามาต้องผ่านด่านของอุทยาน แต่เขาไม่เก็บค่าเข้า

บริเวณสถานีขุนตาน

ดอยขุนตาน และอุโมงค์ขุนตาน 

บน-อุโมงค์ขุนตาลจำลองที่สถานีรถไฟนครลำปาง

 © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ

วันพุธ, สิงหาคม 05, 2558

คำตอบสุดท้าย: ไม่มีไดโนเสาร์เขมรที่นครวัดนครธม

ว่ากันว่านี่คือ รูปสลักไดโนเสาร์หินที่ปราสาทขอม 



 มารพิณ

ใครที่เคยเปิดเน็ต คงเคยเห็นภาพที่แชร์กันว่อนเมื่อหลายปีก่อน  เป็นภาพแกะสลักหินปราสาทขอมโบราณว่า  มีรูปไดโนเสาร์  ปรากฏชัดเจน  พร้อมเปิดประเด็นกันใหญ่โตว่า  หรือว่าพวกไดโนเสาร์ตระกูลเหี้ยโบราณพวกนี้ยังไม่ได้สูญเผ่าสิ้นพันธุ์ไปเมื่อหลายล้านปีก่อนโน้น อย่างที่นักวิชาการเขาว่ากันไว้  ดุไปก็คล้ายพวกสเตโกเซารัส ที่มีหนามเหลี่ยมบนหลังเอาไว้ขู่ขวัญศัตรู   ที่ดูจะคล้ายๆ กับตัวด้านล่างนี้



ลือกันไปใหญ่โตว่า ความจริงเป็นเช่นไร  หรือว่า มีการปิดบังความจริง เข้าทำนองทฤษฏีสมคบคิด อะไรแบบนั้นก็ว่ากันไป


แต่อันที่จริง เรื่องจริง ดูกันให้ดี  พิจารณาให้ชัด  รูปสลักหินทรายขอมที่เห็นนั่นก็คือ  รูปหมูป่า ที่เป็นปางนึงของพระวิษณุ หรือพระนารายณ์ ลงมาปกป้องโลก เป็นอวตารสำคัญนึงในคัมภีร์โบราณ หรือหนังสือปุณาณะ  เรียกขานกันว่า  วราหะอวตาร( Varaha avatar)

ก็คือมีหิรัญยักษ์ หรือ Hiranyaksha  มาขโมยโลกเราที่เป็นเสมือนร่างแสดงของ ภูเทวี (Bhudevi)  แล้วพระวิษณุก็มาในร่างหมูป่า มากำหราบสังหารเสีย

ไม่มีเหตุการณ์จูราสสิก  หรือไดโนเสาร์แต่ใดทั้งสิ้น !!!  แต่อันนี้เป็นมุขที่สามล้อที่เราจ้างไป หรือไกด์บางรายเอาไว้ทำให้นักท่องเที่ยวตื่นตาตื่นใจเวลาไปเที่ยวที่ปราสาทตาพรหม  เพราะฟังเรื่องประวัติศาสตร์ขอม-เขมร-กัมพูชา มานานก็จะเริ่มง่วง  มีอะไรแปลกๆ  เอาไว้แทรกให้เร้าใจ

ภาพหน้าจอเว็บวิกิพีเดีย ที่มีข้อมูลเรื่องปางหมูป่าของวิษนุเจ้าเพิ่มเติม เข้าไปดูกันได้เพราะหน้าwiki ภาคภาษาไทยไม่ค่อยมีข้อมูลเรื่องนี้ 

 บางทีก็เป็นร่างคน หรือมีหัวหมูป่า  แต่บางคราวก็ปรากฏองค์เป็นหมูป่าทั้งตัวอย่างที่เห็นในรูปนี้   อ่านเรื่องราวเพิ่มเติมได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Varaha


บน-มาดูคลิปไดโนเสาร์สลักหินปราสาทตาพรหม ว่าเรื่องราวเป็นยังไงมาไงกันแน่

ดูเหมือนไดโนเสาร์มาก  
บริเวณที่ปรากฏภาพจำหลักหินที่ละม้ายคล้ายไดโนเสาร์สเตโกเซารัส
ติดตามคลิปเที่ยว ข้อมูลเดินทางhttp://www.youtube.com/user/feelthai 
 © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ

วันอังคาร, สิงหาคม 04, 2558

รถแม่สอด-ตลาดโรงเกลือ เบอร์โทรรถทัวร์เพชรประเสริฐ



ป้ายรถทัวร์ไปแม่สอดที่ตลาดรถไฟ อรัญ
วันก่อน ผมผ่านไปเจอข้อมูลใหม่ของการเดินทางรถแม่สอด-ตลาดโรงเกลือ  ตลาดโรงเกลือ-แม่สอด ซึ่งดีน่าสนใจมากครับ  

มีเส้นทางแม่สอดไป ตลาดโรงเกลือ รถทัวร์จะวิ่งผ่านแม่สอด ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ นวนคร รังสิต ฉะเชิงเทรา กบินทร์บุรี สระแก้วและอรัญประเทศ ต่อมาที่โรงเกลือที่เป็นจุดหมายปลายทางตรงชายแดนกัมพูชาครับ

เบอร์โทรรถโรงเกลือ-แม่สอด  
ส่วนอีกเส้นหนึ่งที่เห็นในป้ายที่ขายตั๋วด้านบนนี้เป็นรถทัวร์พิษณุโลก-ตลาดโรงเกลือ แต่ดูเหมือนจะไม่ได้วิ่งตรงๆ  โดยจะเชื่อมต่อกับรถแม่สอด-ตลาดโรงเกลือ ที่บางปะหัน ผ่านฉะเชิงเทรา กบินทร์บุรี สระแก้วและอรัญประเทศ ครับ


มาที่เรื่องเบอร์โทรรถทัวร์เพชรประเสริฐ   ก็มีเบอร์โทร จุดจำหน่ายตั๋วโดยสารครับ ก็จะมีที่คลองรั้ง ท่ากบินทร์บุรี เบอร์โทรรถแม่สอด  เพชรประเสริฐที่ท่าวัฒนานคร ท่าตลาดอรัญประเทศ รายละเอียดเบอร์โทรติดต่อดูตามป้ายในรูปด้านล่าง

เป็นรถทัวร์ที่เชื่อมเส้นทางระหว่าง 2 ภาค ก็คือภาคตะวันออกกับภาคเหนือตอนล่างและ 3 ประเทศ AEC คือประเทศกัมพูชา ไทยและประเทศพม่าหรือสหภาพพม่า


ท่ารถอยู่ฝั่งตรงข้ามเซเว่น
ดำเนินโดยบริษัทเพชรประเสริฐทัวร์ ท่ารถของบริษัทนี้ที่ตรงตลาดโรงเกลืออยู่ที่ตรงข้ามเซเว่น ที่อยู่ติดกับธนาคารกสิกรไทยใกล้จุดผ่านแดนและอยู่ติดกับตู้ขายตั๋วของรถป2 อรัญประเทศ-ฉะเชิงเทรา   ใครสนใจเดินทางเส้นทางนี้ที่เชื่อม 3 ประเทศ  ก็ตามเลขหมายโทรศัพท์ในรูปที่ถ่ายมาครับ







วันอาทิตย์, สิงหาคม 02, 2558

ทำไมนักท่องเที่ยวจีนกินน้ำกะทิชาวเกาะ (มีคลิป)

ดูกันชัดๆ  ร้านน้ำกะทิ กินกันเป็นแก้วที่เมืองจีน คนรุมกันซื้อ  



โดย มารพิณ


น้ำกะทิกินกันเข้าไปได้  บ้าหรือไง...กินกะทิชาวเกาะ  ...หุหุ  ตอนนี้ผมอยู่ต่างประเทศครับ ได้ข่าวว่าที่เมืองไทย  คนไทยในโซเชียลมีเดียส์กำลังฮือฮาว่า มีคนต่างชาติถือกล่องน้ำกะทิชาวเกาะเดินซดกิน  มีคนห่วงว่าเดี๋ยวจะท้องเสียอะไรบ้าง เล่ากันขำขันบ้าง   แต่จริงๆ แล้ว มีอะไรมากกว่านั้นครับ  เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมหมอนั่นถึงเอาน้ำกะทิชาวเกาะมาซด
เล่นแบบนั้น



น้ำกะทิเอาไว้ทานแบบกระป๋องที่เมืองจีน 

เรื่องแบบนี้ต้องเล่าให้ฟังกันว่าที่เมืองจีน หรือแม้แต่ประเทศอื่นๆ  ในละแวกนี้อย่างที่เวียดนาม เขาก็มีการทานกะทิ กัน  แต่ต่างจากบ้านเรา เพราะเขาไม่มีแกงกะทิข้นมันแบบบ้านเราก็เลยไม่มีความรู้สึกฝังใจว่า นี่มันเอาไว้แกง หรือเอาไว้เฉพาะใส่ขนมแบบเมืองไทย   และเขาก็เอามาทำเป็นเครื่องดื่ม เป็นน้ำกะทิดูดเล่นกันเป็นเรืองปกติสามัญที่สุด

ร้านขายน้ำกะทิให้ซดกัน คนแน่นเลยที่เมืองโบราณนอกเมืองฉงชิ่ง  

จะว่าไปแล้ว  สำหรับเขา พวกมะพร้าวมันก็แค่ ผลไม้อย่างนึง  บางทีก็ดูออกจะทานเป็นยาด้วยซ้ำ และเขาก็เห่อพวกผลไม้เมืองร้อน (เหมือนคนไทยบ้าผลไม้เมืองหนาว)  อยากให้ดูคลิปด้านล่างนี้ที่ผมรวบรวมมาจากการเดินทางในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เรื่องกะทิที่เป็นเครื่องดื่ม  เขามองเห็นเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก กะทิกล่องของไทยก็แค่ข้นขึ้นมาหน่อย เผลอๆ ชอบข้นๆขึ้นมาด้วยซ้ำ อันนี้ก็ดูความชอบส่วนบุคคลด้วย แต่พี่แกในรูปที่เห็นในเน็ตนั้นหน้าตาก็ฟินดี

มาดูตัวอย่างจากคลิปด้านล่างเลยครับ  ถ่ายมาจากที่จีนและเวียดนาม


บน-รีวิวนมมะพร้าว เครื่องดื่มขวดน้ำกะทิที่ฉงชิ่ง  ประเทศจีน ว่าประหลาดขนาดไหน  เพื่อนผมบอกว่า "กะทิ"ชัดๆ 


บน-คลิปเครื่องดื่มกะทิเมืองจีน ที่เมืองโบราณนอกเมืองฉงชิ่ง มีกะทิขายเป็นเครื่องดื่มแก้วๆ  เลย คนไทยเห็นแล้วงง  มีแบบนี้ด้วยเว้ย 


บน-เครื่องดื่มกะทิกระป๋อง เมืองจีน  คนไทยเห็นแล้วไม่อยากเชื่อว่าเขาจะกินกันแบบนี้ 



บน-มารีวิวเครื่องดื่มน้ำกระทิที่เวียดนามกันบ้าง  




ติดตามคลิปเที่ยว ข้อมูลเดินทาง http://www.youtube.com/user/feelthai 
 © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ