วันพฤหัสบดี, กรกฎาคม 21, 2554

off duty กับ duty-free เหมือนหรือต่างประการใด


โดย มารพิณ 
 www.facebook.com/marnpinbook


ในภาษาฝรั่งมีคำว่า duty   ออกเสียงว่า ดิ้ว หตี่    แปลว่า  หน้าที่ ภารกิจ  หรือ ความรับผิดชอบในตำแหน่งหน้าที่ ของคนๆ  นึง บุคคล คนนึง หรือองค์กรหนึ่งๆ  

แต่ในทางกลับกัน ไอ้คำ  duty    ก็มีความหมายซับซ้อน ลับ ลวง คนเรียนภาษ่าอังกฤษอย่างเราให้เร้าใจเล่นย เพราะเจ้า  duty   เนี่ย ยังแปลได้อีกอย่างว่า ภาษี  ภาษีศุลกากร  ที่เก็บจากสินค้าหรือสิ่งของเวลาผ่านด่าน หรือข้ามแดนมา  แปลแบบนี้ได้ด้วย

พอเรารู้ศัพท์ และซึ้งลึกถึงความหมายของสองคำนี้แล้ว คราวนี้ เข้าใจสองคำที่ผมจั่วหัวไว้ข้างบนได้ไม่ยากเย็นอะไรเลย

off duty    ก็คือ  นอกเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่  ไม่อยู่ในระหว่างปฏิบัติงาน และคำนี้มักใช้กับพวกเจ้าหน้าที่ทางการที่มีอำนาจหน้าที่ชัดเจน  เช่น ตำรวจ ทหาร มหาดไทย ข้าราชการ  คำว่าไม่อยู่ในหน้าที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าเกษียณ หรือไม่ได้ทำแล้ว แต่จะหมายความว่า  อยู่นอกเวลางานในขณะนั้น

ทีนี้ถ้าเป็น  on duty  ก็คือ อยู่ในระหว่างปฏิบัติภารกิจ  อยู่ในระหว่างการทำหน้าที่  นั่นเอง  ถ้า on duty อยู่ก็จะไปก๊งเหล้าไม่ได้  ไป่นั่งเอ้อระเหยกินส้มตำจนบ่ายสองไม่ได้    หรือทำอะไรที่เป็นส่วนตัวทั้งหลายไม่ได้  เป็นต้น

พอมาที่ duty-free หรือ duty free   เราจะเห็นว่าเป็นคำ  duty   ในอีกความหมายนึงคือ  "ปลอดอากร"   "ปลอดภาษี"   ปลอดภาษีศุลกากร  อะไรแบบนี้  เช่นร้าน duty-free shop  หรือ duty-free  store แบบที่เห็นตามสนามบิน ท่าเรือ  ด่านชายแดน   ที่มีสินค้าราคาพิเศษ  ลดพิเศษ เพราะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า แพงๆ

duty    ในความหมายหลังนี้ก็ยังใช้กับ  import duty (ภาษีนำเข้า)  และ   export duty (ภาษีส่งออก)   อะไรแบบนี้เป็นต้น

รู้ศัพท์ทำให้เข้าใจชีวิต รู้แกรมมาร์แค่เอาไว้สอบผ่าน  ครับ 

รวมลิงก์หนังสือมารพิณ
 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
 ใครที่คิดว่าเรื่องราวที่เขียนที่นี่โอเค น่าสนใจ ฝาก share บอกต่อเพื่อนๆ ใน Facebook ด้วยครับ ผมขออนุญาตไม่ตอบคำถามภาษาอังกฤา หรือแก้ปัญหาการบ้านภาษาอังกฤษนะครับ
 © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ (English for learners - blog)