หาข้อมูลในไซต์นี้ ได้ที่นี่ อยากทราบ ค้นหาที่นี่

วันจันทร์, ตุลาคม 29, 2555

ภาษาอังกฤษบอกเวลา AM กับ PM ต่างกันยังไง


โดย มารพิณ
ไป เฟซบุ๊ค   www.facebook.com/marnpinbook
ไป หน้ารวมข้อมูลเที่ยวเอง-แบคแพค



เรื่องเวลาสำคัญอยู่ เพราะเราต้องใช้เรื่อง "เวลา" กันตอนที่ไปอยู่ต่างแดน เรื่องนี้ก็แบบเดียวกับตัวเลขน่านล่ะ ทางแก้แบบไม่ต้องหัดภาษาอังกฤษก็คือ สวมนาฬิกาข้อมือไปซักเรือน จะเป็นแบบตัวเลขหรือหน้าปัดก็ได้ แต่ผมว่าแบบหน้าปัดมีเข็มดีกว่า เราจะได้ชี้ให้ฝรั่งมันดูว่า "เฮ้ย... ลื้อหมายความว่า ทัวร์จะมารับตอนหกโมงเช้าใช่มั้ย ?"  คุณก็ทำท่าชี้นิ้วจิ้มไปที่เลขหกโมงเช้า

 หรือจะพ่นภาษาอิงลิชไปหน่อยว่า
"Six in the morning, ok ?"
(ซี๊ก อิน เดอะ มอร์นิ่ง โอเค๊ ?) อะไรแบบนี้ก็ควรจะรู้เรื่องกันแล้ว

อย่างไรก็แล้วแต่ งานแรกที่จะต้องดูคือประเทศนั้น ทางการเขาใช้เวลาแบบ 24 ชั่วโมง หรือ แบ่งครึ่งเป็นอย่างละ 12 ชั่วโมง ถ้าเป็นแรกก็เหมือนเมืองไทยคือ พอเกิน 12 นาฬิกาแล้ว ก็นับต่อเป็น 13 หรือ 14 หรือ 22 นาฬิกาว่ากันไปเรื่อย

แต่ถ้าเป็นแบบแบ่งครึ่ง ก็จะแบ่งเป็น AM คือ ตอนเช้า นับจากเที่ยงคืน และ PM ตอนบ่าย และกลางคืน นับจากเที่ยงวัน ลองดูดังนี้

1 AM คือ ตีหนึ่ง
2 AM คือ ตีสอง
3 AM คือ ตีสาม
4 AM คือ ตีสี่
5 AM คือ ตีห้า
6 AM คือ หกโมงเช้า
7 AM คือ เจ็ดโมงเช้า
8 AM คือ แปดโมงเช้า
9 AM คือ เก้าโมงเช้า
10 AM คือ สิบโมงเช้า
11 AM คือ สิบเอ็ดโมงเช้า
12 AM คือ Noon คือ เที่ยง

ข่างล่างนี้มาดู PM กันบ้าง
 1 PM คือ บ่ายโมง
2 PM คือ บ่ายสอง
3 PM คือ บ่ายสาม
4 PM คือ บ่ายสี่
5 PM คือ บ่ายห้า
 6 PM คือ หกโมงเย็น
7 PM คือ ทุ่มนึง
8 PM คือ สองทุ่ม
9 PM คือ สามทุ่ม
10 PM คือ สี่ทุ่ม
11 PM คือ ห้าทุ่ม
12 PM คือ เที่ยงคืน


แต่อย่าคิดมากครับ เรื่อง PM หรือ AM อะไรแบบนี้ เพราะเราไปเมืองนอกไม่ได้ใช้อะไรละเอียดมากพอรู้แค่ว่า ตอนเช้า ตอนบ่าย ตอนค่ำก็พอแล้ว


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ cx]

 ใครที่คิดว่าเรื่องราว ข้อมูลการเดินทางที่เขียนที่นี่โอเค น่าสนใจ ฝาก share บอกต่อเพื่อนๆด้วยครับ ผมขออนุญาตไม่ตอบคำถามนะครับ เพราะเดินทางบ่อย คงมาตอบได้ไม่ทันใจ
 © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ