วันเสาร์, มิถุนายน 26, 2553

มารพิณเปิดใจ


โดย มารพิณ 






ผมเคยเขียนเปิดใจลงที่เว็บแนะนำที่เรียนต่ออสเตรเลียคือ aussietip.com ที่มีบอกอ.ตัวอ้วนดำเนินการ เลยอยากหยิบมาเล่าให้ฟังหน่อย

สำหรับใครที่เข้ามาอ่านใหม่ สงสัยข้อมูลออสเตรเลียยังไงก็แวะไปถามได้ ทางเว็บมาสเตอร์ได้
ผมเองก็เคยเขียนคอลัมน์ภาษาอังกฤษอยู่พักนึงที่นี่ในช่วงปีกลาย แต่ตอนหลังปลายปีผมยุ่งอย่างหนัก เพราะติดงานหลายโปรเจ็กต์ก็เลยไม่ได้เขียนต่อ คอลัมน์ที่นั่นมีอยู่ห้า-หกตอนก็เข้าไปอ่านกันได้ครับ แต่ตรงหัวคอลัมน์จะงงนิดนึง เพราะ ยังเป็นชื่อ Dan Ziffer ที่เป็นคนเขียนคอลัมน์เดิม
พอดีโปรแกรมทูลที่ใช้เขียนเว็บมันว่างตรงนั้น ก็เลยจับวางตรงนั้นก่อน เพราะฉนั้นอย่างงเพราะ มารพิณ ไม่ใช่ฝรั่งแน่นอน

ที่เคยเขียนไว้มีดังนี้นะครับ.....



มารพิณเปิดใจ


โดย มารพิณ


เขียนไปฝอยไปสองตอนที่ aussietip.com แล้ว เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าน่าจะทักทายอะไรกับเพื่อนนักอ่านเสียก่อน จะได้รู้จักสไตล์ซึ่งกันและกัน



ทำไมต้องเป็นข่าว : ผมไม่เคยเห็นคนที่เก่งภาษาอังกฤษคนไหนที่ไม่อ่านข่าวเลย จะมากจะน้อยก็ต้องอ่านกันบ้าง เพราะเราจะได้รู้เรื่องมากมายและคำศัพท์ที่หลากหลาย ตามเนื้อหาที่แตกต่างกันของตัวข่าว พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าคุณเรียนเฉพาะทาง ก็จะได้เรียนรู้ศัพท์เฉพาะทาง แต่ถ้าอ่านข่าวก็จะได้ศัพท์รอบทิศทางครับ เพราะเวลาเราคุยกับฝรั่งก็ไม่ได้คุยกันแต่งานนะครับ ต้องฝอยเรื่องโน้น เม้าท์เรื่องนี้ไปตามธรรมชาติมนุษย์

อีกอย่าง ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ ที่อ่าน aussietip.com คงสนใจไปเรียนต่อไม่น้อย ผมขอกระซิบบอกดัง ๆ ว่า การอ่านให้รู้เรื่องนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งกับนักศึกษาในต่างแดนทุกคน เพราะโดยทั่วไปแล้ว ทันทีที่คุณจบชั่วโมงแรกของคอร์สแรก บรรดาอาจารย์ฝรั่งหัวแดงหัวทองในคลาสก็จะแจกชีตหลายแผ่น ระบุรายชื่อหนังสือประกอบวิชาที่คุณต้องหามาอ่านในเทอมนั้น

คุณจะเอาตัวรอดจากตรงนี้ได้สบายครับ ถ้าคุณอ่านภาษาอังกฤษได้เร็วที่สุด และเข้าใจมากที่สุด ซึ่งกว่าจะไปถึงตรงนั้น ขอแนะว่าเริ่มก้าวแรกจากการอ่านข่าวครับ



แกรมมาร์แข็งไม่ใช่คำตอบ: น่าเศร้าครับที่การเรียนภาษาเมืองไทยวนเวียนอยู่ที่ การท่องและวิเคราะห์รูปแบบไวยากรณ์ บอกตามตรงผมก็ไม่ใช่คนแม่นไวยากรณ์นะครับ ดังนั้นอย่าถามผมเลยนะ ... คนเก่งในชั้นเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนบ้านเรากลายเป็นคนที่รู้แกรมมาร์ดี แยกออกได้ว่าเป็นเวิร์บแบบไหน เทนส์อะไร อีฟ คอสแบบไหน

ซึ่งทั้งหมดนี้ ผมไม่เห็นว่ามันสร้างความเข้าใจ หรือเอาใช้ประโยชน์ได้ตรงไหน จริงอยู่มันคงจะดี และมีประโยชน์แน่ถ้าคุณคิดจะไปเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ แต่ถ้าคุณอยากจะเป็นวิศวกร นักดนตรี ไกด์ ช่างซ่อมคอมพ์ นักปีนเขา หรืออื่น ๆ อีกสารพัด ก็ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องแม่นไวยากรณ์ขนาดนั้น อีกอย่าง มีฝรั่งคนไหนบ้างครับที่นั่งคิดทบทวนไวยากรณ์ก่อนจะพูดหรือเขียน ความสำคัญอยู่ที่การใช้และเข้าใจอย่างเป็นธรรมชาติต่างหากล่ะ

ผมเชื่อในความเข้าใจ และคิดว่านี่คือคำตอบ ถ้าเข้าใจมันแล้ว ทำๆมต้องวิเคราะห์โครงสร้างอีกล่ะ?

แต่ถ้าคิดไม่เหมือนผม ก็ไม่เป็นไรครับเพราะ บนเส้นทางภาษาอังกฤษมีหลายแนวทางให้เลือกเสมอ ไอ้ผมมันก็คนขี้เกียจเสียด้วยสิ เลยชอบเลือกทางที่ง่ายที่สุดเป็นอันดับสอง รองมาจากการ “เกิดใหม่เป็นฝรั่ง”


เรียนภาษาอังกฤษต้องทุ่มเท : อย่าไปเชื่อว่าภาษาอังกฤษเรียนได้ภายในเจ็ดสิบ หรือแปดสิบชั่วโมง อยากเก่งอังกฤษต้องทุ่มเท แต่ต้องทุ่มเทอย่างฉลาด เจียดเวลาทบทวนอย่างสม่ำเสมอ ดีกว่าโหมพรวดพราดในคราวเดียว

ผมเห็นหลายคนที่ไปออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์เพื่อคิดจะเรียนภาษาก่อนเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่งก็เป็นเรื่องดีครับ ถ้าที่บ้านไม่มีปัญหาเรื่องการเงินและถ้าคุณตั้งใจจริงพอที่จะฝ่าฟัน

แต่ถ้าจะให้ดี ผมขอแนะว่าให้เริ่มเรียนภาษาตั้งแต่เมืองไทยไปเลย อย่ามัวรอว่าให้ไปเมืองนอกก่อนแล้วค่อยเรียน เริ่มเลยครับห้ามรอเด็ดขาด

อีกอย่างที่สำคัญไม่น้อย ระหว่างที่ภาษาคุณยังไม่แข็ง พยายามมีเพื่อนคนไทยให้น้อยคนลงหน่อย คบฝรั่งให้มากหน่อย เพราะคนบ้านเดียวกันเจอกันก็มัวแต่พูดภาษาไทยอยู่ จะพ่นฟุดฟิดฟอไฟใส่กันมันก็เขินปาก แถมเม้าท์กันไม่มันส์ สุดท้ายก็หันมาเจี๊ยวจ๊าวภาษาไทยกัน ยิ่งเมืองไหนย่านใดคนไทยเยอะ อย่าให้บอกเลยจริง ๆ เผลอ ๆ คุณอาจเก่งภาษาไทยขึ้นด้วยซ้ำ! ขอเตือน.....

เชื่อมั่น: ความสำเร็จมีพื้นฐานมาจากความเชื่อมั่นในตนเอง ถ้าคุณเชื่อว่าคุณทำได้ คุณก็จะทำได้ ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้เลยครับ อุปสรรคทุกอย่างจะถอยให้กับความเชื่อมั่นของคุณ


มารพิณผิดพลาดได้ : ผมไม่ใช่คนที่เก่งอังกฤษที่สุด แต่อาจเป็นคนที่สื่อสาร หรือพูดคุยภาษาคนได้ดีมากกว่า เน้นความเข้าใจ และนำเสนอในสไตล์สบาย ๆ (กวนบาทาบ้าง) ดังนั้นผมอาจผิดพลาดได้ตามประสาคนเดินดิน ธรรมดา ๆ มีอะไรผิดหูผิดตาก็แนะนำมาได้ครับ

อีกอย่างก็คือศัพท์สำนวนแสลงคำแผลงต่าง ๆ นานาเปลี่ยนแปลงและเกิดใหม่ทุกวันครับ ผมไม่มีทางตามติดจนรู้เรื่องได้ตลอดหรอกครับ ยกเว้นแต่จะไปใช้ชีวิตอยู่เมืองฝรั่งโน่น (หรือไม่ก็ต้องหาเมียแหม่มซักสองคน!) อันนี้ก็ต้องขอบอกไว้ก่อน


เรื่องคำถาม :

อ้อ...ขอชี้แจงนิดนึงว่า ผมขออนุญาตและขออภัยที่จะไม่ตอบคำถามภาษาอังกฤษนะครับ เพราะเคยทำมาแล้วตอนเขียนที่อื่น เช่นเอ็มเว็บ ผลก็คือ อีเมล์ถล่มทลาย จนตอบไม่หมด จะตอบบ้างไม่ตอบบ้างก็เกรงใจ เรื่องนี้ก็ลำบากใจจริง ๆ หวังว่าคงให้อภัยนะครับ

แล้วเจอกันในตอนต่อไปครับ


 รวมลิงก์หนังสือมารพิณ

 ฝากแนะนำเว็บ feelthai.blogspot.com และในเฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/marnpinbook ต่อให้คนรู้จักด้วยนะครับ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง แต่ผมขออนุญาตไม่ตอบคำถามภาษาอังกฤา หรือแก้ปัญหาการบ้านภาษาอังกฤษนะครับ
 © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ (English for learners - blog)